เพชรสังฆาตพิชิตริดสีดวงทวาร

คำว่า “ริดสีดวง” เป็นโรคที่ถูกกล่าวถึงทั้งในทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์แผนปัจจุบัน โดยส่วนใหญ่จะสอดคล้องกันในการวินิจฉัยโรค ในทางการแพทย์แผนปัจจุบันจะ ริดสีดวงตา ว่า มีอาการตาอักเสบ คันบริเวณรอบดวงตาและภายในลูกตา มีน้ำตาไหล อันเนื่องมาจากการติดเชื้อแบคทีเรียชื่อ Chlamydia Trachomatis

หากเป็นรุนแรงจะทำให้เปลือกตาพิการ ผู้ป่วยรู้สึกทรมาน น้ำตาไหล ขนตาเกผิดปกติ ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์มีความเจริญมากขึ้น มีการแนะนำให้ผู้ป่วยมารับการตรวจรักษาในระยะเริ่มต้น โดยใช้ยาและวิธีการที่ถูกต้องจึงทำให้อาการพิการลดลงและอาการเยื่อบุตาอักเสบไม่รุนแรงมากนัก
ริดสีดวงจมูก มีอาการคัน เจ็บภายในช่องจมูก มีอาการจาม คัดจมูก น้ำมูกไหล บวมภายในช่องจมูกหรืออาจมีลักษณะเป็นก้อนเนื้องอก หรือเยื่อบุจมูกบวม ผู้ป่วยบางรายอาจต้องมีการรักษาโดยการผ่าตัด และอาจมีอาการของไซนัสอักเสบเรื้อรังด้วย ซึ่งทั้งริดสีดวงตาและริดสีดวงจมูกก็เป็นที่รู้จักกันดีในกลุ่มแพทย์แผนปัจจุบันและประชาชนทั่วไป ริดสีดวงทวาร พบว่ามีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อันมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหาร และนิสัยการขับถ่าย กล่าวคือ ไม่รับประทานพืชผัก ผลไม้ มีอาการท้องผูกบ่อย รวมทั้งมีความเครียด มีนิสัยกลั้นอุจจาระและปัสสาวะ ดื่มน้ำน้อย สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลทำให้เกิดอาการริดสีดวงทวารได้ ซึ่งพบผู้ป่วยได้ในทุกอาชีพ ผู้ป่วยจะมีอาการถ่ายอุจจาระออกมาเป็นเลือดสดๆ หรือบางรายมีก้อนงอกออกมาขึ้นอยู่กับว่าเป็นระดับใด หากเป็นรุนแรงก็จะมีก้อนงอกหรือยื่นออกมาด้านนอกของช่องทวารหนัก ทำให้เจ็บปวดทรมานมากเวลาถ่ายอุจจาระ
ในตำราแพทย์แผนโบราณนั้นมีการกล่าวถึงโรคนี้ไว้ในคัมภีร์ “หฤศโรค” ลักษณะของโรค ริดสีดวง เป็นโรคที่เกิดขึ้นกับเยื่อบุอ่อนๆ ภายในร่างกายที่มีช่องหรือมีเยื่อบุอ่อนๆ ปกคลุมหุ้มห่อบริเวณนั้นอยู่ จะมีโอกาสเป็นโรคริดสีดวงได้ทั้งสิ้น โดยเกิดการอักเสบของเยื่อบุอ่อนๆ ของช่องต่างๆ ภายในร่างกายทุกส่วน มิใช่เฉพาะแต่ริดสีดวงตา ริดสีดวงจมูก ริดสีดวงคอ ริดสีดวงลำไส้ และริดสีดวงทวาร ที่เรามักได้ยินบ่อย ยังมีอีกมากมาย
สำหรับริดสีดวงทวารนั้นมีลักษณะอาการดังเช่นที่แพทย์แผนปัจจุบันกล่าวถึง แต่ในทางแพทย์แผนโบราณ หรือในมุมมองของแพทย์พื้นบ้านนั้น ก็มีคำเรียก มีความเข้าใจเกี่ยวกับริดสีดวงหลายชื่อเช่น ริดสีดวงแบบเดือยไก่ ริดสีดวงแบบหงอนไก่ ริดสีดวงแบบกลีบมะเฟือง ริดสีดวงแบบกลีบมะไฟ ริดสีดวงแบบบานทะโรค
วิธีการรักษาริดสีดวงแบบแผนโบราณนั้น มีหลักการกว้างๆ ที่คล้ายคลึงกัน กล่าวคือ เน้นยาระบาย ขับถ่ายสะดวก ไม่ให้ท้องผูก และใช้ยารักษาการอักเสบ สำหรับชาวบ้านมักใช้ยาเดี่ยว หรือยาตำรับเพียง 2-3 ตัว เช่น ใช้ว่านหางจระเข้ทั้งแบบรับประทานและแบบเหน็บ หรือใช้เพชรสังฆาต ในปัจจุบันมีการพัฒนายาเหล่านี้ออกมาในรูปของยาไทย ทั้งที่เป็นแบบตำรับและยาเดี่ยว ซึ่งยาเดี่ยวที่นิยมใช้กันมากคือ เพชรสังฆาต เพราะเป็นสมุนไพรที่ยอมรับโดยทั่วไปว่ามีสรรพคุณและประสิทธิภาพสูงในการรักษาอาการริดสีดวง แต่โดยลักษณะของเพชรสังฆาตแล้วจะรับประทานยาก เพราะอาจทำให้คันและระคายคอ เนื่องจากมีส่วนผสมของผลึกแคลเซียมออกซาลิคสูง. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth