อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ

ความเสียสละของเหล่าทหาร ตำรวจ พลเรือน ผู้พลีชีพในการสู้รบปกป้องพื้นที่ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ถูกนำมาสร้างเป็นอนุสรณสถานแห่งนี้ขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511-2525 เพื่อเทิดทูนวีรกรรมของเหล่านักรบเพื่อชาติ วัสดุทำจากหินอ่อนเป็นรูปสามเหลี่ยมสูง 24 เมตร อันหมายถึง การปฏิบัติการร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ ทหาร ในปี พ.ศ. 2524 เมื่อเดินเข้าสู่ภายใน บริเวณผนังได้บันทึกประวัติของอนุสรณสถานและรายชื่อวีรชนผู้เสียสละเอาไว้เพื่อการจดจำ นอกเหนือจากมาที่นี่คุณจะได้ความรู้ทางประวัติศาสตร์ชาติไทยแล้ว ยังเป็นการได้พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยทำเลที่ตั้งตั้งอยู่บนยอดเขาค้อระดับความสูง 1174 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นจุดสูงที่สุดในบริเวณเขาค้อ จึงมีจุดท่องเที่ยวชมวิวมากมาย รวมทั้งพิพิธภัณฑ์อาวุธ ที่แสดงยุทโธปกรณ์จำนวนมากที่ใช้ในการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์บนเขาค้อ เช่น เฮลิคอปเตอร์ เครื่องบินเล็ก รถถัง ปืนใหญ่ ปืนกล และเครื่องจักร อาวุธเหล่านี้ แม้จะเป็นอนุสรณ์จากบรรพชน แต่ก็สามารถสร้างความตื่นตาตื่นใจกับเด็ก ๆ ที่ได้มาเที่ยวชม ตลอดจนฐานกรุงเทพ ฐานอิทธิ ที่ใช้เป็นฐานสำคัญในการสู้รบ ก่อนกลับยังมีร้านจำหน่ายของฝาก ของขวัญ และของที่ระลึกมากมายให้เลือกสรร
Continue reading “อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ”

หมู่บ้านทำแผ่นกระยอ

เมื่อพูดถึงจังหวัดหนองคายแล้วหลายๆคนอาจนึกถึงสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โบราณสถาน วัดวาอาราม หรือแลนด์มาร์กอื่นๆ นอกจากสถานที่แล้วสำหรับหลายๆคน หนองคายถือว่าเป็นแหล่งที่มีอาหารอันโอชะอันขึ้นอยู่หลายอย่างด้วยกันซึ่งหนึ่งในนั้นที่หลายๆคนมาแล้วต้องไม่พลาดที่จะชิมก็คือ “แหนมเนือง” นั่นเอง แหนมเนืองเป็นอาหารเวียดนามที่ขึ้นชื่ออันเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในทุกเพศทุกวัย สำหรับแหนมเนืองนั้นสิ่งที่จะทำให้แหนมเนืองเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์นั่นก็คือแป้งที่ใช้ห่อส่วนประกอบเครื่องเคียงต่างๆเข้าด้วยกันนั่นเอง หลายๆคนอาจจะไม่เคยทราบมาก่อนว่าแป้งที่ห่อแหนมเนืองนั้นมีที่มาจากไหน เพราะฉะนั้นถ้าได้ไปจังหวัดหนองคายแล้วเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศและกระตุ้นอาหาร ขอแนะนำว่าให้ไปเยี่ยมชมหมู่บ้านทำแผ่นกระยอเสียก่อนแล้วค่อยไปแวะชิมรสอันชาติของแหนมเนือง มีการส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศและเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนน่าสนใจอีกอย่างหนึ่งของหนองคายแผ่นกระยอก็คือแผ่นแป้งที่ใช้ประกอบทำเป็นแหนมเนืองนั่นและปอเปี๊ยะเอง ซึ่งในการทำแผ่นกระยอนั้นจะมีส่วนผสมและกระบวนการที่หลายๆคนอาจไม่เคยทราบมาก่อนว่ากว่าจะมาเป็นแผ่นแป้งที่พร้อมนำเสนอเป็นมื้ออาหารจานเด็ดนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่หมู่บ้านทำแผ่นกระยอแห่งนี้จะทำให้ได้ทราบถึงกระบวนการในการผลิตแผ่นแป้งที่เราทานกันตั้งแต่ต้นจนจบ
Continue reading “หมู่บ้านทำแผ่นกระยอ”

สวนรุกขชาติชายหาดแหลมเสด็จ

สวนรุกขชาติชายหาดแหลมเสด็จ ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี อยู่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 25 กิโลเมตร สำหรับการเดินทางไปยังสวนรุกขชาติฯ ให้ใช้เส้นทางท่าใหม่ – บ้านหมูดุด จากนั้นเลี้ยวขวาที่วงเวียนพะยูนเล่นน้ำ มุ่งสู่แหลมเสด็จ เมื่อเลยศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนคุ้งกระเบนไปประมาณ 300 เมตร จะพบสวนรุกขชาติชายหาดแหลมเสด็จอยู่ทางด้านซ้ายมือ
สวนรุกขชาติชายหาดแหลมเสด็จ เป็นสวนขนาดย่อมที่ติดกับชายหาด ภายในพื้นที่เต็มไปด้วยไม้ประดับยืนต้นทั้งที่มีอยู่แล้วและที่ปลูกขึ้นมาใหม่เพื่อความหลากหลาย ที่นี่จึงเหมาะแก่การศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ และยังเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจภายใต้บรรยากาศที่ร่มรื่นและเงียบสงบอีกด้วย
ไม่ไกลจากบริเวณทางเข้าสวนรุกขชาติฯ จะเป็นที่ตั้งของ หาดแหลมเสด็จ ที่ใครหลายๆ คนไม่พลาดแวะไปชมทิวทัศน์ หาดแหลมเสด็จเป็นหาดทรายขนาดเล็ก ร่มรื่นไปด้วยเงาของสนทะเลและพันธุ์ไม้ชายหาดนานาชนิด อีกทั้งน้ำทะเลตรงจุดนี้ก็ยังใสสะอาด มองเห็นเป็นสีฟ้าตัดกับสีเหลืองของหาดทราย ถือเป็นทัศนียภาพที่สวยงามน่าถ่ายภาพเก็บไว้เป็นอย่างยิ่ง
นอกจากนั้น ในบริเวณเดียวกันกับสวนรุกขชาติฯ ยังเป็นที่ตั้งของ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ซึ่งจัดแสดงพันธุ์ปลาน้ำเค็มที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในบริเวณอ่าวคุ้งประเบน เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.
หากคุณต้องการกางเต็นท์พักแรมท่ามกลางธรรมชาติ เคล้าคลอด้วยเสียงคลื่นกระทบฝั่ง ก็สามารถทำได้ เพราะที่นี่มีบริการเต็นท์ให้เช่า พักได้ 1 – 4 คน หรือจะนำเต็นท์มาเองก็ได้ ไม่มีค่าบริการเช่าพื้นที่
Continue reading “สวนรุกขชาติชายหาดแหลมเสด็จ”

ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ

หากอยากเรียนรู้ปรัชญาของแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงแล้วล่ะก็ ศูนย์ฯ แห่งนี้จะบอกเล่าเรื่องราวนั้นได้อย่างเต็มอิ่ม โดยที่นี่เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2544 ภายใต้วิสัยทัศน์ “ยึดมั่นในปรัชญา พัฒนาตามขั้นตอน สอนให้พึ่งตนเอง” ซึ่งมีความหมาย คือ ประการแรก เป็นการยึดถือเอาแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ต่อมา การดำเนินชีวิตและการทำกิจกรรมก็ให้เป็นทำตามขั้นตอนตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อันได้แก่
1.เศรษฐกิจพอเพียงแบบพื้นฐาน หมายถึง ความ พอมี พอกิน สามารถพึ่งตนเองได้ โดยไม่โลภมาก และไม่เบียดเบียนผู้อื่น 2.เศรษฐกิจพอเพียงแบบก้าวหน้า หมายถึง การแลกเปลี่ยน ร่วมมือ ช่วยเหลือกัน เพื่อทำให้ส่วนรวมได้รับผลประโยชน์และนำไปสู่การพัฒนาชุมชนและสังคมให้เจริญอย่างยั่งยืน และประการสุดท้าย เมื่อทุกคนทำตามสองประการข้างต้นได้ก็จะเกิดภูมิคุ้มกัน ทำให้ประสบผลสำเร็จ พึ่งพาตนเองได้โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น อีกทั้งยังจะช่วยให้ชุมชนยั่งยืนได้อย่างถาวรอีกด้วย ศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้เป็นแหล่งการเรียนรู้ แนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ และส่งเสริมการใช้ทรัพยากรและภูมิปัญญาท้องถิ่นในแบบ edutainment สำหรับเด็ก เยาวชน และผู้ที่สนใจ โดยจะมีหลายส่วนด้วยกัน ได้แก่ นิทรรศการ ฐานการเรียนรู้ (เช่น ฐานนาข้าว ฐานการเลี้ยงสัตว์ ฐานพืชผักผลไม้ ฐานเพาะเห็ด ฐานบัญชีฟาร์ม ฐานการเลี้ยงหมูหลุม) และส่วนการสาธิตงานศิลปาชีพ (เช่น สาธิตการทอผ้า จักสาน แกะสลัก ทำกระดาษสา)
Continue reading “ศูนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ”

วัดโบสถ์เมือง

วัดโบสถ์เมืองตั้งอยู่บนเนินสูงระดับเดียวกันกับที่ตั้งศาลากลางหลังเก่า บนถนนเบญจมราชูทิศ ตำบลตลาด อำเภอเมือง และติดกับแม่น้ำจันทบุรีบนฝั่งขวา ความเป็นมาแต่เดิมของวัดโบสถ์เมืองไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัด แต่สันนิษฐานว่าสร้างเมื่อปี พ.ศ.2395 และเป็นวัดที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย โดยสังเกตได้จากเสมาหินทรายขาว รวมทั้งอุโบสถและเจดีย์ทรงลังกา นอกจากนี้ยังมีทับหลังเป็นศิลปะบาปวนตอนปลาย พ.ศ. 1510-1630 รูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณในซุ้มเรือนแก้ว ภายในวัดมีเสนาสนะต่าง ๆ ได้แก่ อุโบสถ ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ เจดีย์ใหญ่บรรจุพระบรมธาตุ มีเจดีย์เล็กล้อมรอบสี่มุม หน้าอุโบสถมีทับหลังศิลปะบาปวนตั้งไว้ และมีโรงเรียนพระปริยัติธรรม
Continue reading “วัดโบสถ์เมือง”

วัดพระธาตุศรีจอมทอง

วัดแห่งนี้ผู้เกิดปีชวดต้องหาโอกาสมาสักการะสักครั้ง เนื่องจากเป็นที่ตั้งของพระธาตุศรีจอมทอง อันเป็นพระธาตุประจำปีชวด วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหารจัดเป็นวัดพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2506 โดยมีบริเวณที่ตั้งเป็นเนินดินสูงประมาณ 10 เมตรที่เรียกกันมาตั้งแต่อดีตว่า ดอยจอมทอง ตามประวัตินั้น สันนิษฐานว่า วัดพระธาตุศรีจอมทองนี้สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 20 เป็นสถานที่ประดิษฐาน ของพระทักษิณโมลีธาตุ พระธาตุส่วนที่เป็นพระเศียรเบื้องขวาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มีขนาดเท่าเมล็ดพุทรา สัณฐานกลมเกลี้ยง สีขาวนวลเหมือน ดอกบวบ หรือ สีคล้ายดอกพิกุลแห้ง นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสิ่งก่อสร้างน่าชม ได้แก่ พระอุโบสถซึ่งมีลักษณะทรงไทยหน้าบันลงปิดทองสวยงาม หอพระไตรปิฎก เป็นอาคารสองชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้สำหรับเก็บพระไตรปิฎก พระเจดีย์บริวาล (พระธาตุน้อย) สร้างขึ้นเพื่อให้เป็นคู่กับพระเจดีย์องค์ใหญ่ ให้เกิดการสมดุลกัน ภายในบรรจุสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย แต่ไม่ได้บรรจุพระธาตุไว้ และพระวิหารจัตุรมุขซึ่งภายในพระวิหารมีมณฑปปราสาทเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งล้วนเป็นลักษณะของศิลปกรรมในสมัยหลังพุทธศตวรรษที่ 24 อันเป็นยุคฟื้นฟูเมืองเชียงใหม่ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสำนักปฏิบัติธรรมซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2534 โดยพระเดชพระคุณพระธรรมมังคลาจารย์ วิ. (พระอาจารย์ทอง สิริมงฺคโล) ที่สามารถรับรองผู้เข้าปฏิบัติธรรมพร้อมกันเป็นจำนวนมากได้ และมีการจัดให้สอบอารมณ์ ทุกวัน (ยกเว้นวันพระ) อีกด้วย ปัจจุบันวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ได้รับการประกาศเป็นโบราณสถานของชาติ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
Continue reading “วัดพระธาตุศรีจอมทอง”

วัดคำประมง

ประวัติความเป็นมาของวัดคำประมง
พระปพนพัชร์ (พัลลภ) กล่าวว่า “เริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๒๙ ช่วงนั้น หลวงตาไปภาวนาที่ถ้ำขาม ช่วงเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๒๙ มาวันหนึ่งได้ทราบข่าวหลังจากไปวิเวกได้ลงมาข้างล่างที่วัดสันติฆาราม บ้านบัว ตำบลสว่าง อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ผู้ใหญ่บ้านสมัยนั้นชื่อนายเสริม มีจิตศรัทธาที่จะถวายที่ดินให้หลวงตาในนามของหลวงปู่สิม พุทธาจาโร หลวงตาก็บอกนายเสริมว่า ให้นายเสริมพาไปดูที่ พอไปดูที่แล้วมันไม่เหมาะสมที่จะสร้างวัด มันอยู่ใกล้บ้านเลยถามผู้ใหญ่เสริมว่ามีที่ใหม่อีกไหม คือตอนแรกจะยกที่ตรงนี้ให้หลวงปู่สิม หลวงตาก็บอกว่ามันไม่เหมาะสม เพราะที่มันไม่ใช่ทำเลที่ตั้งวัด นายเสริมก็ว่า “มีครับมันอยู่ที่ดอนขาม” ก็เลยพาหลวงตาไปดู ต้องเดินลัดเลาะป่าเข้าไป ไม่ได้เป็นทางอย่างที่เห็นปัจจุบันนี้ หลวงตาทำมาหมดแล้ว ถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา หลวงตามทำทั้งหมด เดินลัดทุ่งลัดรอยเกวียนเข้าไปจนถึงดอนขาม ติดแม่น้ำอูน เป็นป่าที่ไม่ได้พัฒนา เป็นป่าเสื่อมโทรมแล้ว หลวงตาก็ว่า “อย่างนี้แหละใช่เหมาะจะสร้างวัด” แกก็เริ่มถวายที่ดิน ครั้งแรก ๔๘ ไร่ เป็น นส. ๓ ก ให้หลวงตาสร้างวัด ก็ไม่มีอะไรเลยเป็นป่าโปร่งๆ ป่าโล่งๆ ที่ทำมาหากินไม่ได้ เป็นที่เข็ดที่ขามของชาวบ้าน มันจะมีจอมปลวกใหญ่ที่เรียกว่าดอนขาม สูงใหญ่มาก จะมีลานที่เขาปักหลักไม้ไว้ และเขียนเป็นอักษรธรรมไม่รู้ความหมายว่า คืออะไร มีความเป็นมาอย่างไร แต่ว่าตอนที่หลวงตาไป ปลวกกินไปแล้ว ไฟไหม้หมดแล้วจึงเหลือแต่ดอนขามปัจจุบัน จอมปลวกนั้นก็ยังอยู่ หลวงตาก็ไปปักกรด ภาวนาอยู่คนเดียว แบกกรดสะพายบาตรพอลงจากถ้ำขาม อำเภอพรรณานิคม ที่หลวงปู่มั่นท่านไปจำพรรษา มันไม่มีอะไรสักอย่าง มีเขียงนาร้างๆ เสาก็ร้าง หลังคาก็ร้าง ผู้ใหญ่เสริมก็ไปทำนาได้บ้างไม่ได้บ้าง ถ้าดีเขาคงไม่ให้ มันใช้อะไรไม่ได้เลย ก็เราชอบที่อย่างนี้ พอเดือนมีนาคม พ.ศ.๒๕๒๙ ผู้ใหญ่เสริมก็มากล่าวคำถวายที่ดิน หลวงตาก็นิมนต์พระมารับที่ดินตรงนี้หลายท่านหลายองค์ เป็นสักขีพยานว่าผู้ใหญ่แกถวายที่ดินตรงนี้แล้วนะ ให้กับหลวงตา หลวงปู่สิม ตอนนั้นหลวงปู่สิมอยู่ที่ถ้ำผาปล่อง ไม่ได้ลงมา หลวงตาก็จัดการรับเรียบร้อย”
Continue reading “วัดคำประมง”

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน

อาคารแบบยุโรปสีขาวที่ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมท้องถิ่นเมืองน่านหลังนี้ คือสถานที่บรรจุสมบัติล้ำค่าอันเป็นมรดกตกทอดของน่านจากอดีตสู่ปัจจุบัน เดิมทีที่นี่คือ “หอคำ” อันเป็นที่ประทับและว่าราชการของพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ เจ้าผู้ครองนครน่าน โดยสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2475 และใช้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดแห่งแรกของจังหวัดน่าน ต่อมาในปี พ.ศ. 2517 ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งให้เป็นสถานที่ตั้งพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน โดยภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ แบ่งออกเป็นสองชั้น พื้นที่ชั้นล่างเป็นที่จัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่างๆ ในจังหวัดน่าน รวมทั้งเทศกาลงานประเพณีที่สำคัญของจังหวัด เช่น การสืบชะตา การแข่งเรือ ส่วนชั้นบนนั้น จัดแสดงโบราณวัตถุสมัยต่างๆ ที่พบในจังหวัดน่าน ตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคเจ้าผู้ครองนครน่าน โดยมีวัตถุโบราณที่น่าดูน่าชมอย่างยิ่ง ได้แก่ Continue reading “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน”

เนินพิศวง

พบความมหัศจรรย์ของสิ่งของที่ไหลจากที่ต่ำขึ้นสู่ที่สูงบนเนินที่จะทำให้คุณรู้สึกพิศวง ซึ่งทำให้รถยนต์สามารถไหลต้านแรงโน้มถ่วงของโลกและไหลขึ้นสู่ยอดเนินสูงโดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์แต่อย่างใด โดยเนินพิศวงนี้เป็นเนินพิศวงแห่งที่ 2 ของจังหวัดตากซึ่งมีพื้นที่เป็นเนินเขา เมื่อนำรถยนต์ไปจอด ดับเครื่องยนต์ ปลดเกียร์ว่าง และเปิดไฟฉุกเฉิน ณ จุดทดสอบซึ่งเป็นทางขึ้นเนิน รถยนต์จะวิ่งขึ้นเนินไปเอง นอกจากความพิศวงของเนินแห่งนี้แล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามอีกด้วย

Continue reading “เนินพิศวง”

แหล่งท่องเที่ยวอำเภอไชยปราการ

ไม่น่าเชื่อว่าอำเภอไชยปราการที่ว่ากันว่าไกลแสนไกลนั้น จะเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย อาจเป็นเพราะมีที่ตั้งอยู่กลางสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน สลับที่ราบเชิงเขา และเป็นอำเภอที่มีภูเขาล้อมรอบถึง 3 ด้าน ได้แก่ ทิศใต้ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ที่นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ รอคอยทุกคนเดินทางเข้าไปสัมผัส

ไฮไลท์แห่งไชยปราการ

·      อุทยานแห่งชาติดอยเวียงผา ครอบคลุมพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำแม่ฝาง และป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ลาวฝั่งซ้าย มียอดดอยเวียงผาเป็นดอยสูงที่สุด

·      เขื่อนแม่ทะลบหลวง มีบริการล่องเรือและร้านอาหารเสิร์ฟเมนูปลาสดจากเขื่อน

·      หน่วยจัดการต้นน้ำห้วยสูน (ภูแสนดาว) มีที่ความสูง 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีเรือนรับรอง ลานกางเต็นท์

·      วัดพระเจ้าพรหมมหาราช (วัดป่าไม้แดง) วัดประจำอำเภอไชยปราการ เป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง ประดิษฐานอนุสาวรีย์พระเจ้าพรหมมหาราช และพระพุทธมหามงคล ตั้งอยู่ที่บ้านป่าไม้แดง ตำบลหนองบัว Continue reading “แหล่งท่องเที่ยวอำเภอไชยปราการ”